สมบัติของสารประกอบคลอไรด์
                        สารประกอบคลอไรด์ หมายถึง สารประกอบธาตุคู่ระหว่างธาตุคลอรีนกับธาตุอื่น ๆ เช่น NaCl ,CaCl2 , HCl และ CCl4เป็นต้น
            สารประกอบคลอไรด์สามารถเตรียมได้โดยตรง โดยผ่านก๊าซคลอรีนแห้งไปบนธาตุที่กำลังร้อน ดังนั้นในขั้นแรกจึงต้องเตรียมก๊าซ             คลอรีนก่อนแล้วจึงผ่านก๊าซคลอรีนที่ได้นั้นลงไปบนธาตุที่ร้อนดังกล่าว
                     การเตรียมก๊าซคลอรีนในห้องปฏิบัติการ ใช้ปฏิกิริยาระหว่างโปตัสเซียมเพอร์แมงกาเนต (KMnO4) กับก๊าซไฮโดรคลอริก(HCl)             เข้มข้นประมาณ 10 mol/dm3 ซึ่งเกิดปฏิกิริยาต่อไปนี้
                                                       KMnO4 (s) + 16 HCl (aq)  2KCl (aq) + 2MnCl2 (aq) + 8H2 (l) + 5Cl2 (g)
           หมายเหตก๊าซคลอรีนเป็นก๊าซพิษ ดังนั้นการเตรียมจึงต้องทำอย่างระมัดระวัง
                    ก๊าซคลอรีนที่เกิดขึ้นจะผ่านสารดูดความชื้น เพื่อให้ได้ก๊าซคลอรีนแห้งซึ่งผ่านไปทำปฏิกิริยากับธาตุที่กำลังร้อนต่อไป
                    การเตรียมก๊าซ Cl2 อาศัยหลักการออกซิไดส์กรด HCl ด้วยตัวออกซิไดซ์ชนิดต่าง ๆ ดังนั้นจึงอาจใช้ตัวออกซิไดซ์อื่น ๆ แทน           KMnO4 ได้ เช่นใช้ MnO2 , K2Cr2O7 , Ca(OCl)2 , PbO2 เป็นต้น ดังสมการต่อไปนี้
                                                     MnO2 (s) + 4 HCl (aq)  MnCl2 (aq) + 2H2O (l) + Cl2 (g)
                                                     K2Cr2O7(s) + 14 HCl (aq)  2KCl (aq) + 2CrCl3 (aq) + 7H2O (l) + 3 Cl2 (g)
                                                    Ca(OCl)2 (s) + 4 HCl (aq)  CaCl2 (aq) + 2H2O (l) + 2Cl2 (g)
                                                    PbO2(s) + 4 HCl (aq)  PbCl2 (aq) + 2H2O (l) + 2Cl2 (g)
                 สำหรับในการเตรียมก๊าซ Cl2 ในอุตสาหกรรม นิยมแยกสลายสารละลายโซเดียมคอลไรด์ (NaCl) ด้วยกระแสไฟฟ้า
        ตัวอย่าง ของสารประกอบคลอไรด์ที่เตรียมได้โดยตรงระหว่างปฏิกิริยาของ Cl2กับธาตุ
                                                    2Al(s) + 3 Cl2(g)  2AlCl3 (s)
                                                    2P(s) + 5 Cl2(g)  2PCl5 (s)
                                                    2K(s) + Cl2(g)  2KCl (s)
                                                    Ca(s) + Cl2(g)  CaCl2 (s)
                 สมบัติเกี่ยวกับจุดหลอมเหลว สถานะ การละลายน้ำ ความเป็นกรดเบสของสารละลาย และการแตกตัวเป็นไอออน
      การแตกตัวเป็นไอออนทดสอบได้โดยใช้สารละลาย AgNO3 ซึ่งถ้ามีCl- จะเกิดตะกอนของ AgCl ดังสมการ
                                                    Ag+(aq) + Cl- (aq)  AgCl (s)
      ปฏิกิริยานี้จัดว่าเป็นวิธีทดสอบคลอไรด์ไอออนวิธีหนึ่ง
                 การจัดธาตุเป็น 2 ประเภทคือ โลหะและอโลหะ ทำให้สามารถแบ่งสารประกอบคลอไรด์ออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ คลอไรด์ของโลหะ        และคลอไรด์ของอโลหะดังนี้
                ก. คลอไรด์ของโลหะ ได้แก่ LiCl , BeCl2 , NaCl , MgCl2 , AlCl3 , KCl , และ CaCl2
                ข. คลอไรด์ของอโลหะ ได้แก่ HCl , BCl3 , CCl4 , NCl3 , Cl2O , ClF ,PCl5 , SiCl4 และ SCl2
                นอกจากจะแบ่งสารประกอบคลอไรด์เป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ ดังกล่าวแล้ว ยังสามารถแบ่งเป็นกลุ่มย่อยได้อีก เพื่อให้การจัดหมวดหมู่             มีความสมบูรณ์มากที่สุด โดยใช้สมบัติของสารประกอบคลอไรด์ เช่น สถานะ จุดหลอมเหลว ความเป็นกรดเบสของสารละลายเป็นต้น
        เมื่อใช้ความเป็นกรด - เบสของสารละลาย จะแบ่งกลุ่มย่อยได้ดังนี้
                ก. คลอไรด์ของโลหะ
                        สารละลายเป็นกรด ได้แก่ AlCl3 , BeCl2
                        สารละลายเป็นกลาง ได้แก่ LiCl , NaCl , MgCl2 , KCl , และ CaCl2
                        สารละลายเป็นเบส -
                ข.คลอไรด์ของอโลหะ
                        สารละลายเป็นกรด ได้แก่ HCl , BCl3 , Cl2O , ClF ,PCl5 , SiCl4 และ SCl2
                        สารละลายเป็นกลาง ได้แก่ -
                        สารละลายเป็นเบส ได้แก่ -
        เมื่อใช้สถานะและจุดหลอมเหลว จะแบ่งกลุ่มย่อยได้ดังนี้
                ก. คลอไรด์ที่เป็นของแข็งและมีจุดหลอมเหลวสูงคือ คลอไรด์ของโลหะ
                ข. คลอไรด์ที่เป็นของเหลวและก๊าซซึ่งมีจุดหลอมเหลวต่ำ คือคลอไรด์ของอโลหะ
        เมื่อจัดกลุ่มธาตุโดยใช้สูตรและสมบัติของสารประกอบคลอไรด์เป็นเกณฑ์ จะจัดกลุ่มธาตุได้ 8 กลุ่ม ตามแนวดิ่ง ซึ่งส่วนใหญ่จะสอดคล้อง    กับการจัดกลุ่มธาตุโดยใช้ความเป็นโลหะ ความแข็งและความไวเป็นเกณฑ์ แต่ก็มีบางธาตุที่เปลี่ยนไปอยู่ในกลุ่มใหม่ เช่น K Al B Si O  บางธาตุ    ที่จัดกลุ่มไม่ได้ เมื่อพิจารณาสมบัตคลอไรด์กํสามารถจัดอยู่ในกลุ่มเดียวกันได้ เช่น P กับ N และ S กับ C ถ้าเรียงตามมวลอะตอม จะต้องแยก     Ar ออกจาก He และ Ne ซึ่งก็แสดงว่าการใช้มวลอะตอมเป็นเกณฑ์ในการจัดกลุ่มยังมีปัญหาอีกบางส่วน ทำให้ต้องหาวิธีการอื่น ๆ อีกต่อไป